สุขภาพ

วิธีป้องกันและรักษาภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน

ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ผู้หญิง  คืออาการที่ผู้หญิงไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะได้ ทำให้มีปัสสาวะเล็ดออกมาโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุและมีหลายประเภท อาการนี้อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้หญิงได้

สาเหตุของการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

  1. การเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อ

การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ หรือ กล้ามเนื้อหูรูด ที่ควบคุมการปัสสาวะอาจเสื่อมสภาพลงตามอายุ เช่น ผู้สูงอายุหรือหลังการตั้งครรภ์

  1. ปัญหาทางระบบประสาท

โรคที่กระทบต่อระบบประสาท เช่น โรคเส้นเลือดสมองตีบ, โรคพาร์กินสัน หรือการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง

  1. ความผิดปกติของท่อปัสสาวะหรือกระเพาะปัสสาวะ

โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (UTI), กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือการมีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

  1. ปัจจัยจากการตั้งครรภ์และการคลอด

การคลอดบุตรหรือการตั้งครรภ์อาจทำให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบ ๆ กระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะอ่อนแอลง

  1. น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน

การมีน้ำหนักตัวเกินสามารถเพิ่มแรงกดบนกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งอาจทำให้เกิดการกลั้นปัสสาวะไม่ได้

  1. ยาบางชนิด

ยาบางประเภท เช่น ยาขับปัสสาวะ หรือยาบางกลุ่มที่ส่งผลต่อระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อ อาจทำให้เกิดการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

วิธีรักษาภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ มีอะไรบ้าง

การรักษาภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เชิงพฤติกรรม

  • การฝึกควบคุมการถ่ายปัสสาวะ การฝึกนี้ช่วยเรื่องการกลั้นปัสสาวะหลังจากรู้สึกปวดปัสสาวะ โดยจะเริ่มจากการพยายามกลั้นปัสสาวะเป็นเวลา 10 นาที เป้าหมายของการฝึกคือการลดจำนวนครั้งในการปัสสาวะต่อวันเหลือเพียงทุก ๆ 2 ถึง 3 ชั่วโมงครึ่ง
  • การถ่ายปัสสาวะซ้ำ วิธีนี้เป็นการฝึกให้ปัสสาวะสองครั้งเพื่อเลี่ยงไม่ให้เกิดปัสสาวะล้น
  • การกำหนดเวลาเข้าห้องน้ำ วิธีนี้เป็นการฝึกปัสสาวะตามช่วงเวลาที่กำหนดในทุก ๆ 2-4 ชั่วโมงเพื่อไม่ให้มีปริมาณปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะมากเกินไป
  • การควบคุมอาหารและเครื่องดื่ม วิธีนี้ช่วยในเรื่องการควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ให้ลดการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ คาเฟอีน หรืออาการที่มีความเป็นกรดสูง ทั้งนี้ การลดน้ำหนักและออกกำลังกายยังช่วยบรรเทาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เช่นกัน

การรักษาภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ด้วยยา

ยาที่นิยมใช้รักษาภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ได้แก่

  • ยากลุ่ม Alpha-blocker ยากลุ่มนี้ช่วยคลายกล้ามเนื้อคอกระเพาะปัสสาวะของผู้ชายที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือปัสสาวะล้น ช่วยให้ปัสสาวะจนหมดกระเพาะได้ง่ายขึ้น
  • ยากลุ่ม Anticholinergic ยากลุ่มนี้ใช้รักษาการทำงานไวเกินไปของกระเพาะปัสสาวะและรักษาอาการปัสสาวะราดทันที
  • ยามิราเบกรอน (Mirabegron) ยาชนิดนี้ช่วยคลายกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ ช่วยให้ผู้ที่มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ปัสสาวะได้ในปริมาณที่มากขึ้น อีกทั้งยังรักษาอาการปัสสาวะราดทันทีได้
  • ยาเอสโตรเจนชนิดทาเฉพาะที่ ยาเอสโตรเจนช่วยฟื้นฟูสภาพเนื้อเยื่อในทางเดินปัสสาวะและเนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอด โดยมีทั้งแบบครีม แผ่นแปะ และแบบห่วง

นอกจากการรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และรักษาด้วยยาแล้ว ก็ยังมีอีกหลายๆ วิธีในการรักษาอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ โดยที่ไม่ต้องผ่าตัดหรือเจ็บตัว อย่างเช่น การนำนวัตกรรม Empower RF มาใช้ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกใหม่ ที่ช่วยฟื้นฟู กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานให้แข็งแรง โดยเลียนแบบการขมิบ สามารถบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน และกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะให้ทำงานได้ดีขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้เวลาในการทำไม่นาน ไม่เจ็บตัว และไม่ต้องผ่าตัด หลังทำเสร็จแล้วสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ ช่องคลอดกระชับขึ้นได้จากภายในสู่ภายนอก

Janwipa

Janwipa

About Author

You may also like

สุขภาพ

“น้ำตาล” ต้นเหตุปัญหาสุขภาพ ทานเยอะเสี่ยงหลายโรคร้าย!

น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงาน เพิ่มรสชาติอาหาร แต่การทานในปริมาณที่เกินพอดีย่อมส่งผลเสีย เช่น น้ำหนักเพิ่มขึ้น เสี่ยงโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันพอกตับ และปัญหาสุขภาพช่องปาก
ความรู้รอบตัว สุขภาพ

ข้อควรรรู้เกี่ยวกับการส่องกล้องทางเดินอาหาร

การส่องกล้องทางเดินอาหารเพื่อตรวจดูระบบทางเดินอาหารต่าง ๆ ที่สำคัญ ๆ ซึ่งมีด้วยกัน 3 ส่วน คือส่องกล้องกระเพาะอาหาร, การส่องกล้องลำไส้ใหญ่, และการส่องกล้อง ERCP สำหรับการตรวจทางเดินน้ำดีและตับอ่อน หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นจะได้สามารถวางแผนในการทำการรักษาได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้เป็นผลดีต่อสุขภาพมากที่สุดค่ะ