ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ผู้หญิง คืออาการที่ผู้หญิงไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะได้ ทำให้มีปัสสาวะเล็ดออกมาโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุและมีหลายประเภท อาการนี้อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้หญิงได้
สาเหตุของการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
- การเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อ
การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ หรือ กล้ามเนื้อหูรูด ที่ควบคุมการปัสสาวะอาจเสื่อมสภาพลงตามอายุ เช่น ผู้สูงอายุหรือหลังการตั้งครรภ์
- ปัญหาทางระบบประสาท
โรคที่กระทบต่อระบบประสาท เช่น โรคเส้นเลือดสมองตีบ, โรคพาร์กินสัน หรือการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง
- ความผิดปกติของท่อปัสสาวะหรือกระเพาะปัสสาวะ
โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (UTI), กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือการมีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
- ปัจจัยจากการตั้งครรภ์และการคลอด
การคลอดบุตรหรือการตั้งครรภ์อาจทำให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบ ๆ กระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะอ่อนแอลง
- น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
การมีน้ำหนักตัวเกินสามารถเพิ่มแรงกดบนกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งอาจทำให้เกิดการกลั้นปัสสาวะไม่ได้
- ยาบางชนิด
ยาบางประเภท เช่น ยาขับปัสสาวะ หรือยาบางกลุ่มที่ส่งผลต่อระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อ อาจทำให้เกิดการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
วิธีรักษาภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ มีอะไรบ้าง
การรักษาภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เชิงพฤติกรรม
- การฝึกควบคุมการถ่ายปัสสาวะ การฝึกนี้ช่วยเรื่องการกลั้นปัสสาวะหลังจากรู้สึกปวดปัสสาวะ โดยจะเริ่มจากการพยายามกลั้นปัสสาวะเป็นเวลา 10 นาที เป้าหมายของการฝึกคือการลดจำนวนครั้งในการปัสสาวะต่อวันเหลือเพียงทุก ๆ 2 ถึง 3 ชั่วโมงครึ่ง
- การถ่ายปัสสาวะซ้ำ วิธีนี้เป็นการฝึกให้ปัสสาวะสองครั้งเพื่อเลี่ยงไม่ให้เกิดปัสสาวะล้น
- การกำหนดเวลาเข้าห้องน้ำ วิธีนี้เป็นการฝึกปัสสาวะตามช่วงเวลาที่กำหนดในทุก ๆ 2-4 ชั่วโมงเพื่อไม่ให้มีปริมาณปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะมากเกินไป
- การควบคุมอาหารและเครื่องดื่ม วิธีนี้ช่วยในเรื่องการควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ให้ลดการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ คาเฟอีน หรืออาการที่มีความเป็นกรดสูง ทั้งนี้ การลดน้ำหนักและออกกำลังกายยังช่วยบรรเทาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เช่นกัน
การรักษาภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ด้วยยา
ยาที่นิยมใช้รักษาภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ได้แก่
- ยากลุ่ม Alpha-blocker ยากลุ่มนี้ช่วยคลายกล้ามเนื้อคอกระเพาะปัสสาวะของผู้ชายที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือปัสสาวะล้น ช่วยให้ปัสสาวะจนหมดกระเพาะได้ง่ายขึ้น
- ยากลุ่ม Anticholinergic ยากลุ่มนี้ใช้รักษาการทำงานไวเกินไปของกระเพาะปัสสาวะและรักษาอาการปัสสาวะราดทันที
- ยามิราเบกรอน (Mirabegron) ยาชนิดนี้ช่วยคลายกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ ช่วยให้ผู้ที่มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ปัสสาวะได้ในปริมาณที่มากขึ้น อีกทั้งยังรักษาอาการปัสสาวะราดทันทีได้
- ยาเอสโตรเจนชนิดทาเฉพาะที่ ยาเอสโตรเจนช่วยฟื้นฟูสภาพเนื้อเยื่อในทางเดินปัสสาวะและเนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอด โดยมีทั้งแบบครีม แผ่นแปะ และแบบห่วง
นอกจากการรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และรักษาด้วยยาแล้ว ก็ยังมีอีกหลายๆ วิธีในการรักษาอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ โดยที่ไม่ต้องผ่าตัดหรือเจ็บตัว อย่างเช่น การนำนวัตกรรม Empower RF มาใช้ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกใหม่ ที่ช่วยฟื้นฟู กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานให้แข็งแรง โดยเลียนแบบการขมิบ สามารถบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน และกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะให้ทำงานได้ดีขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้เวลาในการทำไม่นาน ไม่เจ็บตัว และไม่ต้องผ่าตัด หลังทำเสร็จแล้วสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ ช่องคลอดกระชับขึ้นได้จากภายในสู่ภายนอก

